สิ่งหนึ่งที่เราพบว่าไพเราะที่สุดเกี่ยวกับดนตรีของ Lana Del Rey คือเนื้อเพลงของเธอเอง ในฐานะนักอ่านตัวยงเห็นได้ชัดว่าลาน่า เขียนเนื้อเพลงที่ออกมาสวยงามเหมือนกับบทกวี และลาน่าเองก็รู้ดีว่าจะรวมคำเหล่านี้เข้าด้วยกันอย่างไรในรูปแบบบทกวีที่สมบูรณ์แบบและสวยงามผ่านเพลงของเธอ
เนื้อเพลงเพียงไม่กี่คำของเธอสามารถครอบคลุมการต่อสู้ความกลัวและความฝัน, ความเศร้ารวมไปถึงชีวิตที่เสพติดความหม่นเศร้าทั่วไปที่อาจเคยผ่านเข้ามาในชีวิตของผู้ฟังและทำให้ผู้ฟังรู้สึกเชื่อมโยงหรืออินกับเพลงนั้นๆจนเป็นเรื่องที่สบายใจที่จะฟัง
อีกทั้ง Lana Del Rey ดูเหมือนจะสามารถพูดคุยกับจิตวิญญาณของมนุษย์ได้โดยตรงผ่านบทเพลงที่งดงามของเธอ ไม่ว่าเธอจะพูดถึงเรื่องเซ็กส์ความโรแมนติกความปรารถนาหรือความเศร้า เธอมีวิธีที่แสนจะวิเศษในการใช้เนื้อเพลงของเธอเข้ามาเชื่อมโยงในชีวิตของเราได้อย่างดี

เราสามารถพบความฉลาดในการใช้ภาษาหรือแม้กระทั่งการเรียบเรียงเนื้อเพลงของเธอมีปรัชญาชีวิต, ปรัชญาความรักซ่อนอยู่มากมายในเพลงของเธอเช่นกัน
โดยเฉพาะกับสิ่งที่ลาน่าอยากบอกกับคนรุ่นใหม่: ในวัยหนุ่มสาวเรามักใช้ชีวิตอย่างจริงจังเกินไป แต่ลาน่ามักจะเตือนเราอย่างรวดเร็วผ่านบทเพลงของเธอว่าความเด็กของเรากำลังค่อยๆหายวับไปตามกาลเวลาในทุกขณะที่เข็มนาฬิกากำลังหมุนเดิน
ดังนั้นถ้าเราอยากทำอะไรให้รีบทำก่อนที่จะมานึกเสียดายทีหลัง และถ้าหากว่าคุณฟังอย่างตั้งใจคุณจะพบหลักการใช้ชีวิตที่ยอดเยี่ยมบางอย่างที่เธออยากจะมอบแก่ผู้ฟังอย่างพวกเราทุกคนทำให้เวลาฟังเราจะสามารถรู้สึกได้ถึงบทเรียนชีวิตและปรัชญาต่างๆที่ส่งตรงมาจากตัวเธอกลั่นออกมาเป็นเนื้อเพลงอีกด้วย


ต่อไปนี้เป็นจะเนื้อเพลงบางส่วนของ Lana Del Rey กับห้าบทเพลงที่เกือบจะเป็นปรัชญาของเธอ ไปดูกันเลย!
Lana Del Rey-shades of cool
“But I can’t fix him, can’t make him better/ And I can’t do nothing about this strange weather.”
เช่นเดียวกันกับสภาพอากาศที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความหนาวหรือความร้อนของอากาศได้ เราก็ไม่สามารถเปลี่ยนผู้คนได้เหมือนกัน ทางที่ดีที่สุดคือ การยอมรับว่าพวกเขาเป็นใครและเราไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ไม่ว่าใครก็ตาม
Lana Del Rey-American,
“Be Young/ Be Dope/ Be Proud.”
จงภูมิใจกับการที่คุณเป็นตัวของตัวเอง เพราะว่าคุณจะไม่มีความสุขเลยกับการที่พยายามเป็นคนที่คุณไม่ได้เป็น
Lana Del Rey-Radio
“Their heavy words can’t bring me down/ Boy, I’ve been raised from the dead.”
ลาน่าจะสื่อว่าเราจะต้องมีความเข้มแข็งในการเข้าสังคม(คือการไม่แคร์อะไรหรือไม่มีอะไรมาสะเทือนหรือพังทลายเราได้)เพื่อความอยู่รอดในโลกปัจจุบัน เช่นเดียวกับคำพูดเก่า ๆ ที่กล่าวว่า: "แม้ท่อนไม้และหินอาจทำกระดูกเราหักได้ แต่คำพูดไม่มีทางทำร้ายเราได้หรอก" คือไม่ว่าจะมีอะไรมาทำร้ายเราได้ทางร่างกายแต่คำพูดของใครๆก็ตามไม่สามารถทำร้ายเราได้ถ้าเราไม่ไปแคร์หรือให้ค่ากับคำเหล่านั้น
Lana Del Rey-Summertime Sadness
“Think I’ll miss you forever/ Like the stars miss the sun in the morning sky.”
การสูญเสียคนที่เรารักก็เหมือนกับการคิดถึงพระอาทิตย์ในตอนเช้าไม่ว่าเขาจะจากไปนานแค่ไหนก็ตามเราก็ยังคงคิดถึงเขาอยู่ทุกวันเพราะทุกๆเช้าจะมีพระอาทิตย์ขึ้นอยู่เสมอทั้งอบอุ่น ร้อนแรงและแผดเผา และดูเหมือนจะคิดถึงเขาต่อไปเรื่อยๆเหมือนกับพระอาทิตย์ที่ต้องขึ้นทุกเช้่า
Lana Del Rey-Florida Kilos
“Prison isn’t nothing to me if you’ll be by my side.”
เราจะเผชิญหน้ากับอะไรก็ได้ถ้าเรามีคนที่ใช่อยู่เคียงข้าง ถึงแม้เราจะอยู่ในช่วงที่หนักหนาสาหัสก็ตามแต่ถ้าคนที่อยู่ข้างๆดีมันก็ไม่หนักหนาอะไรเลย
เนื้อเพลงจากห้าบทเพลงที่เรายกขึ้นมาพูดถึงล้วนแล้วแต่มีความแฝงปรัชญาชีวิต ปรัชญาความรักที่ลึกซึ้งซึ่งเราหวังว่าคุณอาจจะได้หลักการในการใช้ชีวิตดีๆจากลาน่ากลับไปนะคะ สุดท้ายนี้จะเห็นได้ว่าไม่ว่าเธอจะหยิบจับเพลงแนวไหนมาแต่งหรือกลั่นออกมาให้เราฟัง กลิ่นอายความเป็นตัวเธอก็ยังอวลและชัดเจนเสมอ นั่นคือการแฝงปรัชญาผ่านเนื้อเพลงที่งดงามเหมือนบทกวี ทั้งงดงาม สง่าและเศร้าสร้อยไปพร้อมๆ กัน 💙
