ทุกคนเคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมคนผมแดงจึงกลายเป็นคนชายขอบและถูกเหยียดหยามตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันก็ยังโดนกันอยู่ให้เห็นในข่าวประปราย ทั้งที่ก็นับว่าเป็นฝรั่งผิวขาวเหมือนกัน? ไปดูกันค่ะ!!
เราต้องกล่าวก่อนว่าคนผมแดงเป็นประชากรที่มีอยู่น้อยมาก ๆ ในปัจจุบัน ซึ่งมีคาดการณ์ไว้ว่าจากจำนวนประชากรคนทั่วโลกมีคนผมแดงธรรมชาติอยู่แค่เพียง 2% เท่านั้น และยังมีการคาดการณ์อีกว่าในอนาคตคนผมแดงอาจจะสูญพันธุ์ไปจากโลกอีกด้วย
คนผมแดงธรรมชาตินั้นมักจะมาพร้อมกับดวงตาสีเขียวหรือตาสีอ่อน ที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า “Ginger hair” (เป็นคำเรียกเหยียดที่ไม่ควรนำมาใช้ค่ะ)

คนผมแดงมีอดีตที่ค่อนข้างเลวร้ายมาก ๆ ค่ะ และในแต่ละศตวรรษก็จะมีข้อกล่าวหาต่อคนผมแดงที่แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยในตลอดช่วงระยะเวลาประวัติศาสตร์ของคนผมแดงที่ผ่านมาก็คือ คนที่มีผมสีแดง จะได้รับ ‘ความเกลียดชังจากความหวาดกลัว’ อยู่เสมอค่ะ
ซึ่งความเกลียดชังและความหวาดกลัวที่ผู้คนมีต่อคนผมแดงนั้น ทำให้คนผมแดงถูกฆ่าเพียงเพราะมีลักษณะทางพันธุกรรมที่หายากอีกด้วย
โดยผมแดงจะเกิดจากยีนส์ที่กลายพันธุ์อีกที ทำให้แรกเริ่มคนผมแดงไม่ได้มีเยอะมากนัก พวกเขามีลักษณะที่คล้ายกัน คือ ผิวซีด ตาอ่อน หน้าตกกระ
สิ่งเหล่านี้ทำให้พวกเขาดูผิดแผกจากคนทั่วไปที่มีผมทองหรือผมสีเข้ม ชนกลุ่มอื่นจึงมองว่าคนผมแดงขี้เหร่และแปลกประหลาด ถึงกับใช้คำว่า Ginger เป็นคำเหยียดกันเลยค่ะ
ด้วยลักษณะกายภาพที่โดดเด่น(ผมแดงที่ตาเขียวและผิวซีด) ทำให้เกิดความรังเกียจและหวาดกลัวในกลุ่มชนอื่น คนผมแดงจึงถูกผูกกับตำนานและศาสตร์มืด ในสมัยกรีกคนผมแดงถูกหาว่าเป็นแวมไพร์
และในยุคกลางก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดบูชาซาตาน มีคนผมแดงจำนวนมากที่ต้องถูกฆ่าตายเพราะความเชื่อเหล่านี้
คนที่มีผมสีแดง = ไฟ, เลือด, นรก และทุกสิ่งที่เลวร้าย

สีแดงมีความหมายที่สำคัญอยู่หลายอย่างและมีสัญลักษณ์จำนวนมากที่ถูกผูกติดอยู่กับผมสีแดงค่ะ โดยหลัก ๆ แล้วมันจะเป็นการที่ถูกนำมาเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับเรื่องของ ปีศาจและซาตาน
และในมุมมองของชาวสเปน คนผมแดงจะถูกมองว่าเป็นผลพวงมาจากการที่บรรพบุรุษของพวกเขา เป็นคนขโมยไฟจากนรก ทำให้คนผมแดงหลายคนถูกตราหน้าว่าเป็นแม่มดและถูกเผาจนตาย อีกทั้งสีแดงยังเป็นสีของเลือดอีกด้วยค่ะ
พวกเขาเกิดมาพร้อมกับผมสีแดง บางทีมันอาจจะเป็นเวทมนตร์
ในเยอรมนียุคกลางเพียงยุคเดียวคาดว่ามีประชากรจำนวน 45,000 คน ที่ถูกเผาซึ่งถูกผูกไว้กับเสาเพียงแค่เพราะมีผมสีแดง
ทั่วยุโรปในยุคกลางจำนวนทั้งหมดของประชากรที่ถูกเผาด้วยการถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด เนื่องจากมีผมสีแดงนั้นมีมากกว่า 60,000 คน อีกทั้งยังมีบันทึกทางประวัติศาสตร์อีกหลายฉบับที่กล่าวถึงผู้ที่ถูกเผาทั้งหมดว่าล้วนเป็นพวกที่มีผมสีแดงค่ะ
แม้แต่กับฮิตเลอร์เองก็ยังไม่ยอมรับคนผมแดง และไม่สนับสนุนให้มีการแต่งงานกับคนผมแดงด้วยค่ะ เพราะฮิตเลอร์มองว่าคนผมแดงนั้นเป็นตัวประหลาด การถูกฆ่า(ที่น่าจะเรียกได้ว่าเกือบเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของคนผมแดง)และถูกกีดกัน กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คนผมแดงมีจำนวนน้อยลงไปอีก

คนผมแดงยังคงถูกเหยียดหยามมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะชาติพันธุ์ที่ขี้เหร่และด้อยกว่าคนผิวขาวทั่วไป ถูก make fun ต่าง ๆ นา ๆ บ้างก็หาว่าเป็นพวกเซ็กส์จัด เป็นพวกอารมณ์ร้อน ขี้โมโห เคสตัวอย่างที่ดังหน่อยก็จะมีคำพูดที่ว่า ‘Gingers have no soul’ หรือคนผมแดงไม่มีวิญญาณนั่นเองค่ะ
โดยมันจะมีเรื่องเล่าที่แตกต่างกันไปเกี่ยวกับประโยคนี้ค่ะ บ้างก็บอกว่ามันเป็นประโยคที่เกิดขึ้นในยุคกลาง เพราะคนสมัยนั้นเชื่อว่าผมสีแดงคือสีของไฟที่เผาจิตวิญญาณของมนุษย์ คนผมแดงจึงไม่มีวิญญาณเหมือนกับคนอื่น
แต่บางคนก็บอกว่าประโยคนี้เริ่มจากการ์ตูน South Park โดยคนพูดคือ Eric Cartman เด็กชายที่เกลียดคนผมแดงมาก ๆ ค่ะ

และประโยคดังกล่าวนี้ก็กลายเป็นประโยคฮิตที่ถูกนำมาล้อเลียนคนผมแดง จนถึงกับมีเด็กคนหนึ่งอัดคลิประบายความในใจอย่างเกรี้ยวกราดเพื่อที่จะบอกทุกคนว่า “คนผมแดงก็มีวิญญาณเหมือนกัน” จนกลายเป็นไวรัลอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งขนาดออกมาอัดคลิปอย่างนี้ก็ยังไม่วายมีคนเข้าไปคอมเมนท์แกล้งเขาเอาสนุกกันอยู่อีกค่ะ ลองดูได้ในคลิปข้างล่างนี้กันค่ะ
ทุกคนคงเห็นความร้ายแรงของการรังเกียจคนผมแดงกันแล้วใช่ไหมคะ ถ้าในมุมมองของพวกคนผิวขาวที่กระทำต่อคนผมแดงก็คงคิดกันว่าเป็นการกระทำที่ไม่ร้ายแรงมากมายอะไรหรอก
พวกเขาก็แค่ถูกจับฆ่า ถูกเหยียดหยาม ถูกสังคมรังเกียจ และถูกกลั่นแกล้งรุนแรง(เคยมีเคสที่มีคนต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่อื่นเนื่องจากถูกรังแกเพียงเพราะเป็นคนผมแดง) แม้จะเป็นคนผิวขาวเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ถูกนับให้เท่าเทียมอยู่ดี
แต่การถูกกระทำสิ่งที่โหดร้ายเหล่านี้สำหรับเรามันรุนแรงมากค่ะ คนเราไม่ควรถูกฆ่า และรังเกียจเหยียดหยาม หรือโดนรังแกเพียงแค่เพราะมีลักษณะไม่เหมือนคนทั่วไปเลยค่ะ
คนผมแดงจึงกลายเป็นคนชายขอบที่ไม่ค่อยมีบทบาทในสังคมมากนัก แต่ในปัจุบันก็นับว่าได้รับการยอมรับมากขึ้นเนื่องจากมีการต่อต้านracists กันอย่างกว้างขวาง
และมีคนดังบางกลุ่มที่มีผมแดง ซึ่งช่วยให้ภาพลักษณ์ของคนผมแดงดูดีในสังคมขึ้นมา อย่างเช่น เจ้าชายแฮร์รี่ที่ถูกยกย่องว่าเป็นคนผมแดงที่หล่อเหลา และเอ็ด ชีแรน อีกด้วย


เจ้าหญิงแอเรียลก็นับว่าเป็นความภาคภูมิใจของคนผมแดงเช่นกัน เจ้าหญิงแอเรียลทำให้มุมองส่วนหนึ่งที่มีต่อคนผมแดงเปลี่ยนไป การมีผมสีแดงที่เคยถูกรังเกียจกลายเป็นความปลาบปลื้มเมื่อเจ้าหญิงจากดิสนีย์ก็มีผมแดงเหมือนตัวเอง มีเด็กสาวผมแดงหลายคนถูกตั้งชื่อว่าแอเรียลด้วยนะคะ

จากเนื้อหาที่เรานำเสนอไปจะเห็นได้ว่าคนผมแดง ในอดีตไม่เป็นที่ต้องการของสังคมอย่างแรงจนถูกกล่าวหาว่าคือสิ่งไม่ดีและยังเป็นสัญลักษณ์ของแม่มดอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันก็ยังมีคนผมแดงที่ยังคงโดนรังเกียจ และโดนเหยียดหยามกันอยู่นะคะ ทุกคนต่างพากันรณรงค์แต่ความเท่าเทียมเรื่องสีผิวและชนชาติจนลืมคนผมแดง หรือ Ginger/Red Hair ที่คนส่วนมากชอบเรียกกันไปหมด เราอยากให้ทุกคนปฏิบัติต่อคนผมแดงอย่างเท่าเทียม เพราะปัจจุบันพวกเขามีจำนวนน้อยมากค่ะ
อ้างอิง: https://www.chicagonow.com/the-ginger-philes/2014/07/hitler-banned-redhead-marriages/
https://southpark.fandom.com/wiki/Gingervitus
https://www.poshgoth.com/blogs/posh-goth-blog/redheads-and-witchcraft
The history of redheads and witchcraft










































































