ปิตาธิปไตยใต้รักแร้

ทุกคนเคยสังเกตหรือสงสัยกันไหมคะว่าทำไมขนรักแร้จึงเป็นสิ่งที่ผู้หญิงควรกำจัดไป? แต่กลับเป็นเรื่องปกติถ้าหากผู้ชายไว้ขนรักแร้

การเป็นผู้หญิงในสังคมไทยทำให้ผู้หญิงไม่สามารถไว้ขนรักแร้ได้ ถ้าหากมีขนรักแร้ก็มักจะโดนวิจารณ์เสมอ อย่างเช่น ประเด็นการ reaction ของชาวเน็ตต่อผู้หญิงไว้ขนรักแร้ ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงต่อคำวิจารณ์ของชาวเน็ตต่อผู้ชายใส่กระโปรงที่มีแต่คำชม ไม่โดนตั้งคำถามว่า ‘ทำไมเป็นผู้ชายถึงใส่กระโปรง?’ ซึ่งต่างจากเรื่องขนรักแร้กับผู้หญิงที่บางทีจะมีคำถามที่ว่า ‘เป็นผู้หญิงทำไมถึงไว้ขนรักแร้?’

จากรูปตัวอย่างข้างบนจะเห็นได้ชัดว่า ทุกคนดูยอมรับกับผู้ชายใส่กระโปรง แต่กลับมีบางส่วนไม่โอเคกับผู้หญิงที่ไม่โกนขนรักแร้ บอกว่ามันมีกลิ่น แต่ไม่พูดถึงผู้ชายหลาย ๆ คนซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไว้ขนรักแร้มาโดยตลอด แต่ไม่เคยโดนกดดันจากสังคมไล่ไปโกนมาก่อนเนื่องจากเป็นเพศชาย

ทุกคนคงพอจะเห็นถึงความแตกต่างของเพศชายและเพศหญิงแล้วใช่ไหมคะ เราจะสามารถเห็นได้ว่าบางทีสังคมก็ปฏิบัติต่อผู้หญิงเหมือนไม่ใช่มนุษย์ เนื่องจากมนุษย์ทุกคนต่างก็มีความไม่สมบูรณ์กันหมดทุกคนใช่ไหมคะ แต่สังคมกลับต้องการให้ ผู้หญิงมีความงามตรงตามที่มาตรฐานสังคมกำหนดไว้ อย่างเช่น ถ้าเป็นในสังคมไทย ผู้หญิงที่สวยจะต้อง ขาว สวย หุ่นดี ผิวเนียน ไม่มีขน

ซึ่งผู้หญิงที่ไม่ทำตามบรรทัดฐานของสังคม (โดยเฉพาะบรรทัดฐานที่ไม่ยุติธรรมอย่างเรื่องความงามของผู้หญิง) มักต้องแลกมาด้วยการใช้ชีวิตในสังคมยากขึ้น อย่างเช่น มีความไม่มั่นใจในรูปร่าง หน้าตา ของตัวเองเพราะตัวเองนั้นมีความสวยไม่ตรงตามบรรทัดฐานของสังคม

ผู้หญิงที่อยากเป็นคนสวยตามที่สังคมบอกจึงไม่มีทางเลือก นอกจากต้องคอยดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา ต้องคอยกำจัดขนรักแร้ทุกเดือน(บางคนก็โกน บางคนก็ไปเลเซอร์ขนรักแร้กันค่ะ) แถมยังต้องดูแลรักแร้ของตนให้ขาวและเรียบเนียนอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าในสังคมมักจะมีกรอบ ค่านิยมที่ทำให้ผู้หญิงต้องขาว ต้องผอม ผิวต้องเนียน ขนรักแร้ห้ามมี แถมต้องมีรักแร้ที่เนียนและขาว คือ ปฏิบัติผู้หญิงเหมือนเป็นแค่ตุ๊กตาที่เกิดมาทำตามบรรทัดฐานของสังคมแล้วก็ตายไป ไม่มีฟังค์ชั่นอะไรไปมากกว่านั้น กลับกัน หากผู้ชายอ้วน ขนดก ผิวคล้ำ ก็ไม่เห็นมีใครไปคาดหวังให้เค้าเปลี่ยนอะไรเลยค่ะ

ซึ่งผู้หญิงก็เป็นมนุษย์ธรรมดาทั่วไปค่ะ ที่เกิดมาต้องมีขนขึ้นในแต่ละส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเฉกเช่นเดียวกับที่ผู้ชายมี แต่มีผลพวงจากสังคมปิตาธิปไตยนี่แหละค่ะที่ทำให้ผู้หญิงต้องคอยกำจัดขน และทำตามบรรทัดฐานที่สังคมขีดกรอบไว้

สังคมปิตาธิปไตยคืออะไร? ปิตาธิปไตย(patriarchy) เป็นระบบสังคมแบบหนึ่งที่ซึ่งเพศชายเป็นผู้กุมอำนาจหลักและครอบงำบทบาทในด้านผู้นำการเมือง อำนาจหน้าที่ทางศีลธรรม เอกสิทธิ์ทางสังคม และการควบคุมทรัพย์สิน

คำง่าย ๆ ที่สามารถอธิบายความหมายของปิตาธิปไตยก็คือ ‘สังคมชายเป็นใหญ่’ ค่ะ

ชายเป็นใหญ่ คือ สังคมที่เอื้ออำนวยให้ผู้ชายหรือ ‘ความเป็นชาย’ มีคุณค่าเหนือกว่าและกดทับผู้หญิง หรือ ‘ความเป็นหญิง’ มีอำนาจโอกาสที่จะเข้าถึงทรัพยากรได้มากกว่า

ซึ่งความปิตาธิปไตยถือเป็นส่วนหนึ่งที่กดทับให้ผู้หญิงต้องกำจัดขนรักแร้เลยค่ะ เพราะถ้าหากไว้ขนรักแร้ก็อาจจะโดนล้อจากคนรอบตัว หรือโดนทักว่าเป็นผู้หญิงทำไมถึงต้องไว้ขนรักแร้ด้วย

เราคิดว่าถ้าหากทุกคนอยากหลุดพ้นจากสังคมปิตาธิปไตย สิ่งที่ทุกคนควรทำคือเลิกปฎิบัติตามกรอบ บรรทัดฐาน หรือค่านิยมที่ถูดกดทับมาจากผู้ชายกันค่ะ

เราควรเลิกให้ค่าชุดความคิดเก่าแก่นั้นไปและหันมาทำตามที่ตนเองต้องการค่ะ หากใครอยากไว้ขนรักแร้ก็สามารถไว้ได้ แต่ถ้าหากไม่อยากไว้ก็ควรไม่อยากไว้เพราะปัญหาเรื่องกลิ่น หรือไม่อยากไว้เพราะความรสนิยมของตนไม่ได้มีความคิดที่ว่าผู้ชายจะมองเราอย่างไรนะคะ

ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องขาว ต้องไม่มีขนรักแร้ ต้องตรงตามค่านิยมที่ผู้ชายในสังคมชอบก็สวยได้ค่ะ

มันมีแคมเปญในเมืองนอกมานานแล้วนะคะ เรื่องการรณรงค์ให้ผู้หญิงไม่โกนขนรักแร้ เพราะถือว่าเป็นการปลดปล่อยคำจำกัดความของความสวยงามที่ถูกกำหนดโดยผู้ชาย

ถือเป็น liberation อย่างหนึ่งที่ผู้หญิงต้องการจะบอกว่า การโกนขนรักแร้เพียงเพราะผู้ชายหรือสังคมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ควรทำ คิดว่ามันเป็นความงามที่แท้จริง คิดว่าผู้หญิงที่สวยต้องไร้ขนรักแร้ อันนั้นเป็นสิ่งที่ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งในสังคมต่อสู้มาตลอด

อย่างเช่น แคมเปญที่เกิดขึ้นต้นเดือนพฤษภาคม 2562 ช่างภาพรายหนึ่งในอังกฤษ คิดโปรเจ็คท์ “Natural Beauty” หวังกระตุ้นสังคมให้เปลี่ยนทัศนคติและมุมมองต่อมาตรฐานความงามตามธรรมชาติของผู้หญิง ด้วยการชาเล้นจ์โปรเจ็คท์นี้ในการถ่ายภาพหญิงที่มีขนขึ้นตามร่างกาย อาทิ ขนรักแร้ ขนหนวด ขนหน้าแข้ง ฯลฯ

เขาปล่อยภาพหญิงสาวในอิริยาบถต่าง ๆ โชว์ทั้งการไว้หนวด ปล่อยให้ขนรักแร้ยาว และขนหน้าแข้งยาว เพื่อหวังกระตุ้นให้สังคมมองความงามอีกด้านที่ไม่จำเป็นต้องปรุงแต่ง แต่เป็นความงามตามธรรมชาติจริง ๆ ซึ่งมีผู้หญิงมากมายพากันเซลฟี่โฟกัสขนบนร่างกายตัวเอง ร่วมชาเล้นจ์โพสต์ลงกันอย่างเปิดเผย

แต่แค่นั้นยังไม่พอดาราฮอลลีวู้ดก็เคยร่วมแคมเปญ ตั้งแต่ จูเลีย โรเบิร์ตส์ และมาดอนน่า ดังนั้น ขอนะคะ อย่าไปล้อเลียนหากมีผู้หญิงไว้ขนรักแร้กันเลยค่ะ

เมื่อนำมุมมองต่อขนรักแร้ของผู้หญิงของต่างประเทศมาเทียบกับของประเทศไทยแล้ว จะเห็นได้ชัดเลยค่ะว่า ต่างประเทศเขาไปไกลกันแล้ว เพราะพวกเขามีแคมเปญสนับสนุนผู้หญิงให้เห็นถึงความงามของการมีขนรักแร้ หากมีขนรักแร้ก็ไม่ได้โดนวิพากษ์วิจารณ์แต่อย่างใด อีกทั้งยังมีดาราผู้หญิงที่เข้าร่วมแคมเปญเพื่อสนับสนุนผู้หญิงด้วยกันเองอีกด้วยค่ะ

แต่ในสังคมไทยถ้าผู้หญิงมีขนรักแร้ก็จะโดนวิพากษ์วิจารณ์เสีย ๆ หาย ๆ กันไปเลยค่ะ อีกทั้งดาราผู้หญิงในไทยก็ยังคงมีรักแร้ที่ขาวเนียน ไร้ขนไปตามบรรทัดฐานของสังคมเช่นเดิม ซึ่งเราก็ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่ง สังคมไทยจะสนับสนุนความงามตามธรรมชาติของผู้หญิงเช่นเดียวกับที่ต่างประเทศเขาทำกันค่ะ ถ้าทำได้จริงในสักวันก็จะไม่มีผู้หญิงคนไหนต้องเจ็บปวดกับการที่ตนเองไม่ตรงตามบรรทัดฐานของสังคมแล้วค่ะ

Julia roberts
Madonna

การมีขนตามร่างกายไม่ใช่เรื่องที่ผิดและไม่ควรถูกต่อต้านจากกรอบความงามของสังคมที่มาจากชายเป็นใหญ่เลยค่ะ ขอแค่เพียงทุกคนรักตัวเองให้มาก ๆ การจะกำจัดขนหรือไม่นั้นขอให้ขึ้นอยู่กับรสนิยมและความสบายใจของตัวเองไม่ใช่ความสบายใจของคนอื่นหรือสังคมนะคะทุกคน ความสวยที่แท้จริงไม่ใช่ความสวยที่เป็นไปตามค่านิยมของสังคมค่ะ 💙

ที่มา: https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%A2

https://people.com/style/celebrities-with-armpit-leg-hair/

https://www.khaosod.co.th/lifestyle/beauty/news_2554312

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น