สังคมไทยในยุคปัจจุบันนี้ถูกมองว่าเป็นสังคมที่ค่อนข้างเปิดกว้างเรื่องเพศแต่ว่าจริง ๆ แล้วก็ยังมีชุดความคิดหรือทัศนคติของคนส่วนใหญ่ที่ยังไม่เข้าใจและไม่ได้ตระหนักถึงปัญหาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ในบทความนี้เลยอยากที่จะนำเสนอเกี่ยวกับเกาะฮาวาย เราจะมาเปิดโลกให้ผู้อ่านทุกท่านเห็นท่าทีต่อเพศที่สามเชิงบวกในสังคมที่ต่างจากสังคมไทย

ในวัฒนธรรมฮาวายดั้งเดิมปฏิบัติต่อผู้ที่อยู่ระหว่างกลางอย่างเท่าเทียมและเคารพนับถือโดยจะได้รับการยกย่องจากผู้คนว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมฮาวายอย่างแท้จริง
ตลอดประวัติศาสตร์ฮาวาย “mahu” ปรากฏเป็นบุคคลที่ระบุเพศระหว่างชายและหญิง
วัฒนธรรมของฮาวาย มีอยู่ 3 เพศ ซึ่งไม่ได้มีแค่ ชาย หญิง แต่ยังมี Mahu อยู่ด้วย หรือที่เข้าใจกันในความหมายที่ว่าเป็นผู้อยู่ระหว่างกลาง
Mahu คือผู้ที่มีทั้งวิญญาณความเป็นชายและหญิง ได้รับการเคารพนับถือเป็นอย่างมาก เนื่องจากพวกเขามีหน้าที่สำคัญในวัฒนธรรมฮาวาย ทำหน้าที่สอนวิชาความรู้ศักดิ์สิทธิ์ผ่านทั้งการเต้นฮูลา และบทสวด
เพลงฮาวายมักมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่เรียกว่า kaona ซึ่งหมายถึงความรักและความสัมพันธ์ที่ไม่สอดคล้องกับคำจำกัดความของบทบาทเพศชายและเพศหญิงแบบตะวันตกในปัจจุบัน
การแสดงออกทางเพศและเพศของ Mahu มักจะสะท้อนให้เห็นในศิลปะฮาวายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเต้นฮูลาและดนตรีแบบดั้งเดิมซึ่งยังคงดำเนินต่อไปในปัจจุบัน

Hina Wong-Kalu นักการศึกษาและนักเคลื่อนไหวข้ามเพศจากฮาวายอธิบายว่าในวัฒนธรรมพื้นเมืองของชาวโพลีนีเชียนเพศและเพศวิถีเป็นอย่างไร และได้รับการยกย่องว่าเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ของมนุษย์
“ เป็นที่เข้าใจว่าแต่ละคนเป็นคนของตัวเองและการแสดงออกของตัวเองก็เป็นเช่นนั้น”
Hina กล่าว
ฮินะอธิบายว่าก่อนที่มิชชันนารีจะมาถึงเกาะคำว่า mahu ไม่เคยถูกเขียนลงไปประวัติศาสตร์มาก่อนเนื่องจากฮาวายมีประเพณีปากเปล่า
แต่เธอก็ได้ชี้ให้เห็นว่าสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าบุคคลที่ระบุว่าเป็น Mahu ไม่เคยถูกชาวฮาวายมองว่าเป็นคนนอกในเวลานั้น ถึงแม้ว่าคำนี้จะมุ่งตรงไปที่ Hina ในแง่ลบที่เติบโตในฮาวายในหลายศตวรรษต่อมา
ฮินะผู้มีมรดกทางวัฒนธรรมของฮาวายและจีน อีกทั้งยังบอกว่าเธอมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับวัฒนธรรมฮาวายพื้นเมืองของเธออย่างเช่นในสารคดีเรื่อง A Place In The Middle (ผู้อ่านสามารถตามกันไปดูเพิ่มเติมได้เลยนะคะ💙) ที่ซึ่งเธอช่วยให้หนุ่มชาวฮาวายยอมรับตัวตนกับการระบุตนเองว่าเป็น Mahu
แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป เนื่องจากในขณะที่วัฒนธรรมพื้นเมืองของเกาะฮาวายกำลังยอมรับความลื่นไหลของเพศ Lgbtq+ แต่แล้วประเพณีทางเพศดังกล่าวนี้ของฮาวายก็ถูกระงับหลังจากการเข้ามาของมิชชันนารีอเมริกันในปี 1800
” ความสำคัญของคุณค่าในวัฒนธรรมฮาวายพื้นเมืองลดน้อยลงไปอีก” -Hina กล่าว
เนื่องจากมิชชันนารีอเมริกันพวกเขาไม่พอใจกับแนวคิด Mahu และใช้อำนาจทุกวิธีทำการล้มเลิกพวกเขาออกไปจากวัฒนธรรม พวกเขาประณามฮูลาและบทสวด ทำให้การพูดภาษาถิ่นผิดกฎหมาย และบังคับมุมมองทางศาสนาของพวกเขาให้กับชาวฮาวายอีกด้วย
แต่แล้วปัจจุบันชาวฮาวายได้กลับคืนสู่ความปกติ แม้จะถูกเป็นเมืองขึ้นมาถึง 200 ปี แต่พวกเขา(Mahu)ก็ยังอยู่ ชาวฮาวายได้กลับมาเคารพความหลากหลายทางเพศ และ Mahu ได้มีบทบาทสำคัญที่มองเห็นได้ในสังคมฮาวายปัจจุบัน

"ฉันโชคดีที่ได้อาศัยอยู่ในสถานที่ที่ทำให้ฉันสามารถรักคนที่ฉันรักได้"
"ฉันสามารถเป็นใครก็ได้ที่ฉันอยากเป็น นั่นคือสิ่งที่ฉันหวังว่าจะฝากไว้กับนักเรียนมากที่สุด นั่นคือความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับการยอมรับและความเคารพทางเพศโดยไม่มีเงื่อนไข สำหรับฉันแล้วนั่นคือความหมายที่แท้จริงของอโลฮ่า"
เป็นยังไงกันบ้างคะผู้อ่านทุกท่าน วัฒนธรรมเรื่องเพศของฮาวายเปิดกว้างและยอมรับ LGBTQ+ ได้อย่างดีงามและไม่ปิดกั้นเลยใช่ไหมคะ ซึ่งเราว่าจะดีมาก ๆ เลยค่ะถ้าหากว่า กลุ่มคนที่เป็น LGBTQ+ ในสังคมไทยได้รับการยอมรับแบบฮาวายที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาก็มีคุณค่าเท่ากับเพศชายและหญิงและสมควรที่จะได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานทุกอย่างในฐานะที่เป็นประชากรของประเทศนี้ เราหวังว่าวันหนึ่งสังคมไทยของเราจะเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริงเหมือนกับที่ชาวฮาวายสามารถข้ามผ่านการโดนกีดกันในเรื่องMahu มาได้และตระหนักถึงปัญหาในสังคมเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้นนะคะ🌈
และถ้าหากใครอยากรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมฮาวายเพิ่มเติมสามารถตามไปดูกันได้ที่ช่อง youtube ของ hina หรือไปดูสารคดีเรื่อง A Place In The Middle กันได้เลยนะคะ เรารับประกันเลยค่ะว่าดีมากจริง ๆ