เทียรพร ศิวพรพิทักษ์:สาวผู้ชื่นชอบการปฏิบัติธรรม กับชีวิตใหม่ที่แสนเรียบง่าย ดาษดื่นแต่มีความสุข

เมจิ-เทียรพร ศิวพรพิทักษ์ เป็นรุ่นพี่ในภาควิชาปรัชญาที่เรารู้จักและสนิทสนม ชีวิตเธอมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งบางคนอาจรู้จักเธอในฐานะนางแบบหรืองานอื่นๆในวงการอีกมากมาย แต่สิ่งที่เราว่าทำให้ตัวเธอนั้นน่าสนใจ คือ การที่วันดีคืนดีเธอตัดสินใจไปปฏิบัติธรรมที่วัดเป็นเวลาหลายเดือน ปล่อยวางชีวิตที่แสนจะเต็มไปด้วยสีสัน

คืนวันหนึ่ง เรานัดเมจิผ่านแอพพลิชัน instagram เพื่อพูดคุยถึงสาเหตุที่ทำให้เธอตัดสินใจมุ่งหน้าสู่การปฏิบัติธรรม ละทิ้งชีวิตในวงการของตน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเธอหลังจากกลับจากวัด พร้อมด้วยมุมมองเกี่ยวกับเรื่อง สังคมโซเชียล กับการอยากมีตัวตนซึ่งนำพาแต่ความไม่สุขมาสู่ผู้คน

อะไรที่ทำให้ตัดสินใจไปอยู่วัดปฏิบัติธรรม

มีหลายปัจจัยที่ทำให้เราไป แต่เราปฏิบัติอยู่แล้วตั้งแต่ตอนเด็ก ปฎิบัติในแนววิปัสสนาสติปัฏฐาน4 ทุกครั้งที่เราไปตอนเด็กจะไม่เคยอยู่เกิน 2 อาทิตย์ เพราะตอนเด็กเรายังมีวุฒิภาวะไม่พอขี้เหงา ไม่่ชอบอยู่คนเดียว ต้องมีเพื่อนไปด้วย แต่ปัจจุบันนี้คือ เราคิดว่าเคยปฏิบัติธรรมมาแต่ยังรู้สึกว่ายังทำไม่สุด อีกทั้งยังมีเวลา และมีวุฒิภาวะพร้อมที่จะไปสู่โลกนั้นคนเดียว แต่มีอีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เราไปคือ ปีที่แล้วเราพบเจอเรื่องวุ่นวายในชีวิตค่อนข้างเยอะ เราเลยมีความคิดที่ว่าไปอยู่วัดก็น่าจะสงบลง

อยู่วัดมา4เดือนมีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างไหม

การเปลี่ยนแปลงของเราจะแบ่งเป็น3ช่วง จากการที่เราได้สำรวจตัวเองมา คือ ชีวิตก่อนที่ไปวัด ชีวิตตอนที่อยู่วัด ชีวิตที่กลับมาจากวัด ซึ่งแต่ละช่วงจะมีความรู้สึกโดยภาพรวมที่ต่างกัน สำหรับเรารู้สึกว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงหลักๆคงเป็นเรื่องของ mindfulness เรื่องของสติ, การประเมินความทุกข์ ความสุขของชีวิต

ถ้าให้พูดง่ายๆคือเข้าใจธรรมชาติมากขึ้น ธรรมชาติในที่นี้คือทั้งตัวเรา ทั้งโลกโลกธรรมชาติและทั้งโลกมนุษย์ ผู้คน สังคม แต่หลัก ๆ ที่เรียนรู้คือ โลกภายในของตัวเอง

เมื่อก่อนอยู่ในวงการทำให้ต้องลงโซเชียลเยอะแต่ปัจจุบันปล่อยวางได้ยังไง

สำหรับเราถ้าเป็นในเรื่องนี้มันมีความย้อนแย้งกับเรามานานแล้ว เราทำงานเป็นนางแบบมาตั้งแต่ปี1 ด้วยผมทรงนี้ การแต่งตัว จากเด็กที่ไม่ป็อปพอเริ่มถ่ายงาน และด้วยบุคลิกที่มีความชอบไม่เหมือนคนอื่น ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง พอเข้าวงการนางแบบปุ๊ป ถ่ายรูปปุ๊ปจู่ ๆ เราก็ฮอตขึ้นมา เรื่องการมีตัวตนในโลกโซเชียลของเราก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ

  “เราอยู่อย่างนั้นมาหลายปีจนถึงจุดๆนึงเรารู้สึกว่า ทิศทางในโลกไอจีในสังคมที่เราอยู่มา ทุกคนจะต้องแต่งตัว เฟียส ปัง คือต้องมีจุดเด่นต้องได้รับกระแสตอบรับ ถ้าไม่ปังคือผิดแปลกผิดผี ซึ่งสังคมที่เราอยู่มามันเป็นแบบนั้น ซึ่งเราคิดว่ามันไม่ได้แปลกแล้วก็ไม่ได้ผิดนะ แต่มันเป็นค่านิยมอะไรบางอย่างที่เป็นอย่างนั้นแล้วอยากมีตัวตน

จุดเปลี่ยนคือ เราคิดว่ามันน่าเบื่อ น่าเบื่อตรงที่เราต้องมาคอยนั่งคิดว่า เราลงรูปไปคนจะชอบกี่คน คนถูกใจกี่คน แล้ววันที่คนดูเยอะหรือน้อยเราอาจจะดูเฉย ๆ แต่ลึก ๆ ในความจริงแท้ของใจเรา เราก็ชอบในวันที่คนดูเยอะมากกว่า พอเป็นไปเรื่อย ๆ แล้วมันเหมือนกับว่าเราเอาความสุขหรือความทุกข์ไปแขวนไปตรงนั้น 

ปัจจุบันมีวิธีจัดการกับตัวเองต่อโลกโซเชียลยังไง

จริง ๆ ชีวิตที่ผ่านมาก็มีช่วงที่เราเห็นอีโก้ของตัวเองนะ เรายินดีไม่เบาเวลามีคนมาชื่นชอบในหน้าตา ในหุ่น ในทุกอย่างที่เป็นภายนอก เราก็ทำอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อตอบสนองตรงนี้

เมจิ-ในปัจจุบันกับความเรียบง่ายที่แสนสุขของเธอ

“แต่สุดท้ายมันก็แค่นั้น โลกโซเชียลมันไม่ได้สร้างคุณค่าหรือพัฒนาอะไรในตัวเราได้แท้จริง พอเริ่มเห็นว่า อารมณ์ ความสุข ความทุกข์ เริ่มมากองกันตรงนี้ละเพราะรู้สึกมีปัญหากับโลกตรงนี้ จนรู้สึกว่าจะแก้ยังไงดี ต่่างๆ นาๆ จนไปอยู่วัด เลิกเล่น จนเริ่มรู้สึก มองมันใหม่ทำความเข้าใจตัวเองใหม่ โลกโซเชียลใหม

ทุกวันนี้สิ่งที่เราทำเวลาอยู่ในโลกโซเชียลก็คือ เลือกเสพ, โพสอะไรลงไป ให้ถามตัวเองว่าโพสเพื่อใคร, งดได้งด, ไม่เยินยอใคร หากใจไม่คิดเช่นนั้น, คิดอย่างไรให้แสดงออกเช่นนั้น

ใส่ความเห็น

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น